New Normal เปลี่ยนให้คนไทยสนใจคอนโดใหม่น้อยลงไหม? ความต้องการที่อยู่อาศัยแบบไหน ที่ตอบโจทย์พวกเราในวันนี้

นับตั้งแต่ปลายปี 2019 เราทุกคนต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิต จากการแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่ ที่ส่งผลไปยังทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย ที่วิกฤตการณ์นี้ก็ทำให้เราทุกคนต้องปรับตัว และเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตใหม่ทั้งหมด หรือที่เราเรียกกันว่า New Normal (ชีวิตปกติใหม่) นั่นเอง

ไม่เพียงแค่การปรับวิถีชีวิตใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เท่านั้น แต่หลาย ๆ แห่งยังคาดการณ์กันว่า ไวรัสจะยังคงอยู่กับโลกใบนี้ไปอีกระยะใหญ่ และถึงแม้ว่าสถานการณ์นี้จะค่อย ๆ คลี่คลายแล้ว แต่ชีวิตแบบ New Normal จะยังคงอยู่กับผู้คนเช่นเดิม อย่างที่กระทรวงแรงงานเคยกล่าวไว้ว่า เมื่เราปรับเปลี่ยนชุดพฤติกรรมไปสักระยะจนกลายเป็นความปกติที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องจนเคยชิน หรือเกิดความพอใจ ในที่สุดทั้งหมดก็จะกลายเป็น New Normal ในสังคมของเราไปโดยปริยายนั่นเอง*

หนึ่งในนั้นคือเรื่องการเลือกที่อยู่อาศัย ที่หลายคนเริ่มมองว่า การซื้อคอนโดใหม่ อาจไม่ใช่ตัวเลือกแรกเหมือนเดิมอีกต่อไป ผู้คนเริ่มมองหาอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบบ้านเดี่ยวหรือทาวน์โฮมมากขึ้นจากการใช้ชีวิตแบบ New Normal ที่ต้องเว้นระยะห่างทางสังคม รวมถึงรายละเอียดของที่อยู่อาศัยที่ผู้ซื้อเริ่มมองเพิ่มเติม ทั้งด้านฟังก์ชั่นการใช้งาน และการตอบโจทย์ตัวเอง ไปจนถึงสมาชิกในครอบครัว ทำให้การอยู่ร่วมกันเป็น Community แบบคอนโดมิเนียม และฟังก์ชั่นการใช้งาน กลายเป็นปัจจัยที่ทำให้การมองคอนโดใหม่ของผู้คนเปลี่ยนไป

แต่ความจริงแล้ว ความต้องการในคอนโดใหม่ของคนไทย ยังคงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากค่าดัชนีราคาอสังหาริมทรัพย์ที่เปิดเผยออกมาในปีนี้ว่า ราคาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ปรับตัวขึ้นถึง 19% เมื่อเทียบกับสถิติ 2 ปีที่ผ่านมา** หรือจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) ที่คาดว่าในปี 2021 จะมีคอนโดใหม่เปิดตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 46.5% หรือประมาณ 38,862 หน่วย*** ก็ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตของตลาดคอนโดมิเนียมที่ยังไม่ลดลง คอนโดใหม่ยังเป็นตัวเลือกที่ผู้ซื้อมองหาอยู่ไม่ต่างจากเดิม

ไม่เพียงเท่านั้น หากมองเฉพาะคอนโดใหม่ ที่อยู่ในระดับบน ทั้ง Upper-End และ Hi-End มีราคาปรับขึ้นในทุกพื้นที่**** สะท้อนถึงความต้องการและกำลังการซื้อที่มีอย่างต่อเนื่องของกลุ่มรายได้สูง และไม่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19

shutterstock_1507635299.jpg

อย่างไรก็ตาม แม้คอนโดใหม่จะยังเป็นที่อยู่อาศัยของผู้ที่กำลังมองหาคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ให้ความเชื่อมั่นอยู่เหมือนเดิม แต่การเลือกคอนโดใหม่ก็เปลี่ยนไปจากเดิมเช่นกัน ผู้คนเริ่มมองหาคอนโดใหม่ที่รองรับ New Normal และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เองก็ปรับเปลี่ยนรูปแบบของคอนโดมิเนียม ให้สอดคล้องกับความต้องการใหม่ ๆ เช่นกัน อาทิ

การให้ความสำคัญกับ Functional มากขึ้น ด้วยกระแส Work From Home ที่อาจเป็น New Normal ของหลาย ๆ องค์กรในอนาคต ทำให้คอนโดใหม่ ต้องให้ความสำคัญกับพื้นที่ต่าง ๆ มากขึ้น เช่น ห้องนั่งเล่น หรือการออกแบบห้อง 1 Bedroom Plus มากกว่า 1 Bedroom ทั่วไป เพื่อให้มีพื้นที่อรรถประโยชน์ใช้สอยมากขึ้นนั่นเอง การออกแบบพื้นที่ส่วนกลางของคอนโดใหม่ ที่ต้องกลับมาดูรายละเอียดมากขึ้น ทั้ง New Normal ที่อาจทำให้ความต้องการใช้ Co-Working Space มีมากขึ้น ในขณะเดียวกันต้องทำให้เป็นส่วนตัวมากขึ้นด้วย ด้วยกระแสระยะห่างทางสังคม ปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีภายในคอนโดใหม่ อาจมีการนำเทคโนโลยีแบบ Touchless มาใช้มากขึ้น เพื่อลดการสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นการนำประตูอัตโนมัติเข้ามาใช้ การใช้ระบบจดจำใบหน้า (Face Recognition) หรือการสั่งการด้วยเสียง (Voice Command) มาใช้ทดแทนระบบเดิม ๆ เช่น การเข้า-ออกโครงการ การใช้งานลิฟต์โดยสาร เป็นต้น เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการแพร่ระบาดที่ยังอยู่กับเราต่อไป และรองรับชีวิตปกติใหม่ที่จะจาก New Normal จะกลายเป็น Now Normal ในอีกไม่ช้านาน

CLOUD Residences – SKV23

one price and only pre-sale project in Asoke เริ่มต้นที่ 5.79 ล้านบาท* พร้อมให้คุณจองและรับสิทธิพิเศษอีกมากมายแล้ววันนี้!

รับชมโครงการและลงทะเบียนได้ที่ : https://cloudresidencesasoke.com/

CLOUD Residences SKV 23 Project News

Drop us a message

You're in the right place! Just drop us a message. How can we help?

Or see contact page
Validation error occured. Please enter the fields and submit it again.
Thank You ! Your email has been delivered.